วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

การสร้างแผนที่แบบ 2 มิติและ 3 มิติ
ความสำเร็จในโครงการทำแผนที่จากภาพถ่ายทางอากาศเชิงเลขเริ่มต้นจากการกำหนดภาพถ่ายที่เหมาะสม กับพื้นที่ที่ต้องการ ซึ่งนักแผนที่และนักสำรวจจะต้องคำนวณวิเคราะห์ และวางแผนการทำงานในบริเวณนั้นก่อน จากกระบวนการผลิตในขั้นตอนที่ 1 และ 2 เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการบินถ่ายภาพโดยข้อกำหนดในการบินจะประกอบด้วย 2 สิ่ง คือ
แผนที่แนวบินที่จะแสดงตำแหน่งของบริเวณที่ทำการถ่าย
เกณฑ์กำหนดเป็นรายละเอียดทั่วไปๆ ของข้อกำหนดและคุณลักษณะที่มีอิทธิผลต่อเครื่องถ่ายและภาพ เช่น มาตราส่วน ระดับความสูงบิน การซ้อนทับ ความเอียงและสภาพอากาศ เป็นต้น การควบคุมและกำหนดสิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการทำงานลดลงและได้ผลตามที่ต้องการจึงทำให้ในขั้นตอนที่ 1 และ 2 จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำงานเริ่มแรก จากภาพถ่ายทางอากาศที่ได้จากการบินถ่ายภาพจะอยู่ในรูปของฟิลม์เนกาทีฟที่ต้องเก็บรักษาให้ดีเพราะถ้าเกิดความชื้นหรือฉีกขาดจะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพได้ อีกทั้งการนำมาใช้แต่ละครั้งจะทำให้เกิดชำรุดหรือเสียหายได้ ดังนั้นจึงมีการนำภาพในรูปแบบฟิลม์ที่อัดกระดาษแล้วมาแปลงอยู่ในรูปของข้อมูลแบบเชิงเลขสำหรับประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์สามารถเก็บรักษาได้ง่าย
ซึ่งรูปแบบของข้อมูลบนคอมพิวเตอร์จะแบ่งเป็น 2 แบบคือ
ประกอบด้วยจุดภาพที่ต่อเนื่องจากลักษณะของข้อมูลบนภาพถ่ายที่แปลงเป็นข้อมูลเชิงเลขแล้วมาแล้วจะนำมาปรับแก้ภาพถ่ายให้มีความถูกต้องทางเรขาคณิตและสัมพันธ์กับลักษณะการบินถ่ายภาพ จากการหาค่าพิกัดของจุดดัชนีจำนวน 4-8 จุดที่อยู่ตามขอบของภาพโดยมีลักษณะดังรูปที่ 3 ซึ่งจุดดัชนีเป็นจุดที่กำหนดแน่นอนบนภาพถ่ายทางอากาศเชิงเลขทำให้ลักษณะทางเรขาคณิตของภาพไม่เกิดความบิดเบี้ยวสูงจากการถ่ายภาพ อีกทั้งยังสามารถหาได้ง่ายและมีรูปลักษณะที่แน่นอนเหมาะสำหรับนำมาใช้ในการวิเคราะห์ จึงใช้ในการจัดวางภาพภายใน Interior Orientation) เป็นการปรับแก้ภาพให้มีลักษณะเช่นเดียวกับตอนถ่ายภาพและจัดภาพภายนอก Exterior Orientation) เป็นการปรับแก้จุดเปิดถ่ายของภาพ ด้วยเครื่องร่างแผนที่สามมิติ (Stereoplotter ที่ทำงานแบบกึ่งอัตโนมัติดังรูปที่ 5 ซึ่งจะปรับแก้การวางตัวของภาพให้เหมือนกับการบินถ่ายภาพและส่งข้อมูลที่ปรับแก้และภาพสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ และแบบอัตโนมัติที่ทำงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์จะทำงานด้วยโปรแกรมปรับแก้และเก็บข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง ภาพที่ได้รับการปรับแก้และจัดวางภาพแล้วจะนำมากำหนดหมุดควบคุมบนพื้นดิน Ground Control Pointsที่สัมพันธ์กันบนภาพถ่ายเพื่อให้พิกัดบนภาพถ่ายสัมพันธ์กับพิกัดบนพื้นดินและสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง โดยการหาค่าพิกัดจะทำการเปรียบเทียบกับแผนที่ฐานดังรูปที่ 4 บนพื้นที่บริเวณเดียวกันกับพื้นที่ที่บินถ่ายภาพ ซึ่งหมุดควบคุมควรจะครอบคลุมพื้นที่และมีจำนวน 3-5 หมุด [7] ซึ่งถ้ามีจำนวนหมุดมากขึ้นก็จะทำให้จำนวนตัวแปรเพิ่มขึ้นแผนที่แนบสนิทกับภาพถ่ายได้ค่าพิกัดที่มีความถูกต้องสูงในการทำงาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น